ReadyPlanet.com
dot dot
IND12 ทัวร์ธรรมศาลา มะนาลี ชิมลา ฤษีเกศ หริทวาร์ ขชุรโห ออชา 12 วัน 11 คืน สายการบิน Jet Airways article

เส้นทางการกลับมาของศาสนาพุทธแบบทิเบตในอินเดีย อัมริตสา ธรรมศาลา ที่พำนักของท่านดาไล ลามะ

สถานศึกษาธรรมของชาวทิเบตและวัฒนธรรมที่ยังดำรงอยู่ในประเทศอินเดีย ชมวิหารทองคำ ความยิ่งใหญ่แห่งแรงศรัทธา

     

  

  

วันแรก  : กรุงเทพฯ - เดลลี

4.30 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินศรีลังกา ประตู 9 เคาท์เตอร์ P  มีเจ้าหน้าที่ คอยให้การ ต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนขึ้นเครื่อง

06.50 น.

ออกเดินทางสู่เดลลีโดยสายการบินศรีลังกา เที่ยวบินที่ Jet airways 9W63

9.35 น.

เดินทางถึงถึงสนามบินอินทิราคานธี กรุงเดวฮีล์

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านชม ประตูชัยอินเดีย  สถานที่ระลึกทหารหาญในสงครามโลกครั้งที่สอง อันสูงใหญ่สง่างาม คล้ายประตูชัยในปารีส ผ่านชม ตึกที่ทำการของคณะรัฐบาล ทำเนียบประธานาธิบดีราษฎร์ปติภาวันซึ่งปัจจุบันใช้เป็นที่พำนักของท่านประธานาธิบดีอินเดียกลางกรุงเดลลี สวนสาธารณะกรีนปาร์ค ชมหอคอย กุตับ มินาร์ ซึ่งตั้งสูงเด่นสามารถมองเห็นได้แต่ไกล หอคอยแห่งนี้มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 73เมตร และได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกด้วยนำชม วัดอัคชาร์ดาม สร้างขึ้นโดยองค์กร BAPS ในเดลีซึ่งผสมผสานลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของอินเดียเข้าด้วยกันใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด5ปี ใช้ช่างศิลปะและสถาปนิกจำนวน 7,000 คน เป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง สวยงามน่าดูชมจากทุกมุมมอง

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม  country inn  ระดับ 4 ดาว

วันที่สอง : เดลลี  อัมริตสา

4.00 น.

บริการอาหารเช้า  ณ ห้องอาหารโรงแรม

06.30 น.

เครื่องออก มุ่งหน้าไปยังสนามบิน ศรีนากา ประเทศอินเดีย โดยสายการบินJet Airways เที่ยวบิน 9W603 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 25 นาที

13.30น.

ออกเดินทางสู่เมืองอัมริตสา ปัญจาบ โดยรถไฟขบวนพิเศษ SWARNASHTBDI บนรถไฟมีบริการอาหารเช้าสำรับผู้โดยสารรถไฟอินเดียขบวนนี้ถือว่าเป็นรถไปที่ดีที่สุดสายหนึ่งประเทศอินเดียรัฐปัญจาบเป็นรัฐของชาวสิกข์ซึงเป็นมังสาวิรัตชาวสิกข์ส่วนใหญ่ได้ย้ายมาอยู่ประเทศไทยแถวย่านเยาวราชนั่นเอง

เทียง

บริการอาหารเที่ยง

บ่าย

เมือง กาญจีปุรัม(Kanchipuram) ระยะทาง 76 กม.จากเชนไน ใช้เวลา 2 ชม.เป็นเมืองศักดิสิทธ์ 1 ใน 7แห่งของฮินดู เคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ปฉัฉวะนำชม เทวลัยไกรลาสนาถ (Kailasanatha temple) สร้างถวายแต่องค์พระอิศวร ซึ่งงดงามด้วยงานแกะสลักหินจากนั้น นำชม เทวาลัยเอกัมพเรศวาระ (Ekambareshvara Temple) ซึ่งมีศิวลึงก์ทำด้วยดิน ที่ชาวฮินดูถือพระศิวะ หรือไศวะนิกายต้องจาริกมาบูชา ภายในบริเวณเทวลัย มีต้นมะม่วงอายุราว 3,000 ปีนำชม เทวาลัยไวกูณฐ์ เปรุมาล (Vaikuntha Perumal Temple) สร้างถวายพระวิษณุภายในมีรูปปนั้ พระวิษณุปางยืน นัง่ และนอน และออกเดินทางสู่ชายแดนระหว่างอินเดียและปากีสถานอยู่ในอาณาเขตเมืองอัตตาริ ทุกเย็นจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวอินเดียและชาวต่างชาติเดินทางมาเพื่อชมการแสดงการเดินสวนสนามกันและการชักธงชาติของตนเองลงจากเสาเริ่มจากชาติอินเดียจะมีการเปิดเพลงอินเดียสร้างความสนุกสนานเหมือนมีปาร์ตี้กันมีการเต้นรำและการแสดงความรักชาติของชาวฮินดูสถาน ส่วนทางปากีสถานก็มีการแสดงร้องรำทำเพลงเหมือนกัน ทหารแต่ละชาติเดินสวนสนามพร้อมกับชักธงลงมีการเปิดประตูชายแดนและมีการจับมือกันเพื่อแสดงถึงความเป็นมิตรไมตรีต่อจากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองอัมริตสา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง

ค่ำ

รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม จากนั้นพาทุกท่านไปชมบรรยากาศยามค่ำคืนของวิหารทองคำซึ่งมีความงดงามดั่งภาพวาดในฝันด้วยแสงไฟเรืองรองถ่ายภาพความประทับใจ

วันที่สาม : เมืองอัมริตสา เมืองธรรมศาลา(ดาลัมศาล่า)

เช้า

รับประทานอาหารที่โรงแรม  ชม พระวิหารฮัรมัรดิร ซาฮิบ หรือวิหารทองคำ ตัววิหารทองคำฉาบด้วยทองคำหนัก 800 ตัน วิหารทองคำถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือหัวใจของชาวสิกข์ ชมบรรยากาศรอบๆๆวิหารที่มีทะเลสาบอันมีน้ำใสสะอาดล้อมรอบน้ำนี้ชาวสิกข์ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์เปรียบเสมือนน้ำอมฤตอันเป็นที่มาของชื่อเมืองอัมริตสาหรือเมืองแห่งน้ำอันศักดิ์สิทธิ์นั่นเองชมกิจกรรมบริเวณรอบๆวิหารทองคำจะเห็นชาวสิกข์มาอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ก่อนเข้าไปกราบและสวดมนต์พร้อมๆกันที่ตัววิหารทองคำหรือบางท่านก็ปฏิบัตินั่งสมาธิภาวนาตามรูปแบบของตัวเอง วิหารแห่งนี้เมื่อต้องแสงตอนเช้าก็งดงามสุดบรรยายเป็นสีเหลือทองอ่อนในยามค่ำคืนก็ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟงดงามระยิบระยับในยามราตรีชมสวนชาลเลียนวลาอนุสรณ์สถานระลึกถึงผู้เสียชีวิตที่เกิดเนื่องจากทหารอังกฤษได้ยิงกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งที่ไม่มีอาวุธในมือตายเป็นจำนวนมากผู้ชุมนุมบางส่วนกระโดดหนีตายไปในบ่อน้ำและถูกยิงตายในบ่อถึง120คนเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและขวัญของคานธีจนต้องเริ่มเรียกร้องเอกราชด้วยวิธีอหิงสาจนได้รับเอกราชในที่สุดชมอนุสาวรีย์รูปทรงคล้ายเม็ดข้าวสารตั้งขึ้นเป็นลูกกระสุนขนาดใหญ่เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์อันโหดร้ายในครั้งนั้นชมรอยกระสุนที่ทหารอังกฤษกลาดยิงใส่ผู้ชุมนุมที่พยายามปีนรั้วหนีเอาชีวิตรอด

เที่ยง

บริการอาหารกลางวันจากนั้นเดินทางสู่เมืองดาลัมศาล่าหรือธรรมศาลาที่คนไทยรู้จักเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและป่าไม้อันร่มรื่นและอุดมสมบูรณ์สุดบรรยายระยะทางประมาณ 200 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม. รถจะไต่ระดับความสูงขึ้นบ้าง ลงบ้าง เรียบบ้าง ขรุขระบ้างตามสภาพภูมิประเทศเมืองในภูเขานะค่ะ

เย็น

บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันที่สี่ :  เมืองดาลัมศาล่า เมืองมะนาลี

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  ชมเมืองดาลัมศาล่า เป็นเมืองในรัฐหิมาจัลประเทศ ซึ่งเป็นเมืองสำคัญหลังจากที่องค์ดาไลลามะผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวธิเบตได้เดินทางลี้ภัยและขออนุญาตรัฐบาลอินเดียจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นธิเบตที่เมืองนี้หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีชาวธิเบตอพยพลี้ภัยตามท่านองค์ดาไลลามะ และทำให้ดาลัม ศาล่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งศึกษาหาความรู้เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติตน ดึงดูให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาติตะวันตกเดินทางมาพักอยู่อาศัยเป็นเดือนๆกันเลยค่ะเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวไม่มีเยอะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี้ก็เพื่อมาพักผ่อนอยู่กันเป็นเดือนๆๆดื่มด่ำกับบรรยากาศ และมาเรียนหนังสือกันค่ะ ชมวัดธิเบตที่อยู่ในบริเวณใกลักันกับทีประทับขององค์ดาไลลามะ วัดนี้เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองดาลัมศาล่าเป็นสถานที่สอนพระพุทธศาสนาสายแบบธิเบต มหายาน กราบสักการะองค์พระศากยะมุนีศิลปะแบบมหายานและองค์พระปัทมะสัมภาวะพระโพธิสัตว์ตามความเชื่อแบบมหายาน จากตัววัดสามารถเห็นวิวอันงดงามที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาหิมาลัยที่โอบล้อมตัวเมืองดาลัม ศาล่า

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ออกเดินทางสู่เมืองมะนาลี ดินแดนสวรรค์ของคู่ข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานกันเป็นสถานที่ฮันนีมูนอันเลื่องชื่อของดินแดนแห่งนี้ค่ะ เส้นทางลัดเลาะตามหุบเขาขุนเขาและเขาและเขาค่ะ  เมืองมะนาลีมีตำนานที่แปลกว่าพระวิษณุซึ่งเป็นเทพเจ้า 1 ใน 3 องค์ที่สำคัญในศาสนาฮินดู ในอวตารปางที่ 7 ได้อวตารมาเป็นมานู ขณะที่มนูกำลังอาบน้ำพบปลาน้อยตัวหนึ่งเจ้าปลาน้อยบอกกับมานูว่า ขอให้เจ้าอุทิศชีวิตเลี้ยงดูข้าแล้ววันข้างหน้าปลาตัวน้อยๆอย่างข้าจะตอบแทนบุญคุณเจ้า”  มานูดูแลปลาน้อยจนกระทั่งมันเติบโตเป็นปลาตัวใหญ่เขาพามันไปปล่อยลงทะเล ก่อนที่ปลาจะว่ายน้ำจากไปได้บอกมานูว่าน้ำจะท่วมโลก ขอให้มานูต่อเรือเดินทะเลขนาดใหญ่เตรียมไว้ ต่อมาเกิดน้ำท่วมโลก มัสยาซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของพระวิษณุได้ลากเรือพามานู นักปราชญ์และเทพเจ้าไปหาสถานที่ปลอดภัยบริเวณที่ลี้ภัยนั้นคือมะนาลี ซึ่งกลายเป็นสถานที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อันดับ 1 ของอินเดียเองค่ะ  ใช้เวลาเดินทางชั่วโมง

ค่ำ

บริการการอาหารค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พัก  โรงแรม

วันที่ห้า : มะนาลี

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางสู่ เล่นสกีหิมะที่โรทังลาพาสสูง 3978 เหนือระดับน้ำทะเล ห่างจากเมืองมะนาลี 51 กิโลเมตร สถานที่ชมความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยอย่างใกล้ชิดระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์พืชพันธุ์ดอกไม้ป่านานาชนิด

เที่ยง

บริการอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

บ่าย

จากนั้นเดินทางไป ชมความงดงามแห่งหุบเขาโซลัง ห่างจากมะนาลี 14 กิโลเมตรสนุกกับกิจกรรมมากมายที่ท้าทายแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ทำให้ใจเต้นแรง Zorbing และ Paragliding  Zorbing หรือ ซอฟบอล การร่วมสนุกสนานคือเข้าไปอยู่ในลูกบอลลูกใบโตสีขาวใสภายในลูกบอลสามารถหายใจได้ตามปกติ โดยจะมีทีมงานปล่อยลูกบอลที่เราเข้าไปอยู่ข้างในกลิ้งลงมาจากเนินเขา ลูกบอลจะไหลไปตามเนินเขา เล่นทีละ 2 คน ผู้เล่นจะนั่งหันหน้าเข้าหากันด้วยเว้นระยะทาง  100 เมตร Paragliding หรือ ร่มร่อน ที่พัทยามีเหมือนกันค่ะ แต่ลงในน้ำแต่ที่นี่ลงบนภูเขาค่ะ เป็นกีฬาทางอากาศที่นักกีฬามีร่มติดอยู่ที่หลังจะมีครูฝึกประกบในการเล่นด้วย วิ่งและปล่อยตัวเองลงจากหน้าผาสูงโดยใช้ลมพัดพาไปและบังคับร่มให้ร่อนไปตามความต้องการของเหล่านักผจญความสนุกบนท้องฟ้า

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ

วันที่หก : เมืองมะนาลี เมืองชิมลา

8.05 น.

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางสู่ดินแดนแห่งน้ำผึ้งพระจันทร์สถานที่นิยมมาฮันนีมูนของชาวอินเดีย คือเมืองชิมลาระยะทาง 260 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 – 7  ชั่วโมง ระหว่างเส้นทางลัดเลาะเรียบหุบเขาขุนเขาและภูเขามากมายกันเลยทีเดียวค่ะ ได้สัมผัสความงดงามทางธรรมชาติป่าสน ทุ่งดอกไม้ป่านานาพันธุ์เป็นรางวัลสำหรับนักแสวงหาความแปลกใหม่ให้ชื่นใจกันค่ะ

เที่ยง

บริการอาหารเที่ยง

บ่าย

เดินทางต่อสู่เมืองชิมลา สถานที่พักตากอากาศหนีร้อนของชาวอังกฤษคล้ายๆกับดาร์จีลิ่ง เป็นเมืองที่มีความเจริญมากๆค่ะ เมื่อถึงชิมลา เราไปเข้าเช็คอินและตอนเย็นๆไปช้อปปิ้งดูสินค้าและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนของตัวเมือง ชิมลา  ที่เมืองชิมลาเราจะ สนุกสนานดูวิถีชีวิตของชาวเมืองชิมลาที่อาศัยอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็นและพื้นที่ที่มีจำกัดค่ะ บริเวณที่ช้อปปิ้งนั้นมีสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษมีโบสถ์ และอาคารต่างๆที่ยังมีกลิ่นอายของอังกฤษและเป็นเสน่ห์มากๆเหมือนเราย้อนยุคตามรอยชาวอังกฤษตัวอาคารมีสีสันสดใสงดงามถ่ายรูปตามอัธยาศัย

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม

วันที่เจ็ด : เมืองชิมลา เมืองจัณฑีครห์  เมืองเดลลี

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  จากนั้นเดินทางไปยังหมู่บ้านคูฟรี หมู่บ้านนี้ห่างจากชิมลาไปราว 16กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวหิมาลัยที่งดงามอีกมุมหนึ่งของเมืองชิมลา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียมาท่องเที่ยวพักผ่อนหนีร้อนมาจากเดลลีเพราะเมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากเดลลีใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมงเท่านั้นเองค่ะ เชิญท่านสนุกสนานกับกิจกรรมมากมายที่รอคอยท่านอยู่อาทิกิจกรรมขี่ม้าชมธรรมชาติป่าสน  กิจกรรมเล่นสกีไล่จับหิมะ หรือเล่นหิมะบนพื้นปฐพี คูฟรีอยู่เหนือระดับนํ้าทะเล 2,500 เมตรหลังจากสนุกสนานกับกิจกรรมเรียบร้อยแล้วเดินทางกลับสู่เมืองชิมลา

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร

 

เดินทางสู่เมืองจัณฑีครห์เมืองหลวงของสองรัฐคือรัฐปัญจาบและรัฐหรยาณา คือหนึ่งในรัฐของตั้งอยู่ตอนเหนือของประเทศ เป็นดินแดนที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ เป็นที่ตั้งของทุ่งกุรุเกษตรในมหาภารตะ เป็นเมืองที่มีการจัดแผนผังได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นเมืองที่มีรายได้ดีติดในอันดับต้นๆของประเทศอินเดียเป็นเมืองที่สะอาดงดงามและเป็นระเบียบเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของชาวลูกหลานชาวภารตะ

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองหริทวาร์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง วันนี้เข้าที่พักดึกหน่อยค่ะ เพื่อความสะดวกในการทำโปรแกรมและแสวงบุญ

วันที่แปด : เมืองหริทวาร์ ( เมืองหริดวาร์)

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เที่ยวชมเมืองหริทาวาร์ประตูสู่ดินแดนแห่งเทพเจ้าผู้ทรงพลานุภาพที่ยิ่งใหญ่ชาวฮินดูนับถือเทพเจ้า ซึ่งมีเป็นจำนวนนับร้อยนับพันองค์ และทำให้ที่เมือง หริทวารเป็นที่ตั้งของเทวาลัยจำนวนมาก ที่มีไว้เพื่อบูชาเทพเจ้าแต่ละองค์ตามความนับถือของผู้คน นำท่านกราบสักการะเทพเจ้าและมหาเทพมากมายในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์และมีเทศกาลต่างๆมากมาย เช่นเทศกาลบูชา พระคเณศเรียกกันว่า คเณศจตุรถีทั่วทั้ง อินเดียจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองด้วยการแห่เทวรูป พระคเณศไปทั่วเมือง ขณะที่ผู้คนจะพากันแต่งกายด้วยสีสันสวยงามออกมาร่วมขบวนแห่ ตัวเมืองมีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่านน้ำมีสีฟ้าใสงดงามสุดจะบรรยายแม่น้ำคงคาเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธา และผูกพันอยู่กับวิถีชีวิตของชาวฮินดู นับตั้งแต่เกิดจนตาย เมือง “หริทวาร” ก็ยังเป็น 1 ใน 4 เมืองสำคัญของอินเดีย ที่เชื่อกันว่า น้ำอมฤตจะตกลงมาในทุก 3 ปี ซึ่งจะมีการทำพิธีใหญ่ ที่เรียกว่า “กุมภเมลา” โดยจะมีผู้คนนับล้านหลั่งไหลมารวมกันที่ริมฝั่งแม่น้ำ

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน

 

นำท่านกราบสักการะและเที่ยวชมวัดแห่งเทพเจ้าพระพรหม ศิวะ นารายณ์ อุมา สตี กาลี และเทพเจ้าองค์อื่นในดินแดนศักดิ์สิทธ์ที่งดงามยิ่งใหญ่วิจิตรบรรจงเกินคำบรรยายจำนวนวัดขึ้นอยู่กับเวลาของเราในการอยู่แต่ละวัดค่ะ แต่ละวัดจะมีการปั้นรูปเทพเจ้าที่มีความสวยงามจริงๆค่ะ

 

นำท่านเดินทางสู่ท่าน้ำซึ่งเรียกกันว่า “หรกีเปารี” อันหมายถึง รอยเท้าของพระวิษณุจะมีพิธีสำคัญที่เรียกกันว่า “อารตีบูชาหรือการ บูชาไฟ” ริมฝั่งแม่น้ำคงคา    

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ นำท่านพักโรงแรม

วันที่เก้า : เมืองหริทวาร์ เมืองฤาษีเกศ (ฤษีเกศ)เมืองหริทวาร์ ( เมืองหริดวาร์) เมืองจานสี

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  เดินทางสู่เมืองฤาษีเกศหรือฤษีเกศใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงฤษีเกศ เป็น อีกเมืองหนึ่งในอินเดียที่คุณจะได้เห็น บาบาสาธุ” (นักบวชฮินดู) เร่ร่อนในชุดสีส้ม สีเหลืองสดสะบัดพลิ้วไหวไปมาอยู่ตามท้องถนนเช่นเดียวกับเมืองศักดิ์สิทธิ์ อื่นๆ สาธุเหล่านี้จะนั่งอยู่ตามหน้าอาศรม ฤษีเกศมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะ เมืองแห่งโยคะโลก บรรดาโยคี โยคินี จากทั่วทุกมุมโลกจะมารวมตัวกันที่เมืองฤษีเกศใน ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ในเทศกาล Yoga Festival แต่ในช่วงเวลาปกติจะมีผู้แสวงบุญชาวฮินดูมาเยือนเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อย่างไม่ขาดสาย ชมสะพานลักษมัณจูลาและสะพานรามจูลา ที่ เรียงรายไปด้วยอาศรม วัดฮินดู ร้านค้า และโรงแรมที่พักรอต้อนรับนักแสวงบุญชาวฮินดู นักท่องเที่ยว และนักแสวงหาต่างชาติที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ที่ ท่าน้ำริมฝั่งคงคา ผู้แสวงบุญชาวฮินดูทั้งหญิงและชาย กำลังชำระร่างกายด้วยสายน้ำจากคงคา จากศรัทธาที่มีต่อแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลลงมาจากสวรรค์ จึงมีความสะอาด บริสุทธิ์ ทุกๆ เย็นจะมีการทำพิธีบูชาแม่น้ำคงคาขึ้นที่ท่าน้ำหน้าอาศรมปรมัต นิเกตัน

เที่ยง

บริการอาหาร

 

เดินทางกลับเมืองเมืองหริทวาร์  พักผ่อนตามอัธยาศัยเอาแรง เพื่อเตรียมตัวเดินทางขึ้นรถไฟตอนกลางคืน

 

รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม เดินทางสู่สถานีรถไฟเมืองหริทวาร์เพื่อเดินทางเมืองจานสีซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สามารถเดินทางต่อไปยังเมืองขชุรโหได้สะดวกที่สุด 

ค่ำ

ค่ำคืนบนรถไฟสัมผัสประสบการณ์การเดินทาง

วันที่สิบ : เมืองจานสีเมืองขชุรโห 

เช้า

ถึงสถานีรถไฟเมืองจานสี รับประทานอาหารเช้าที่ภัตตาคาร จากนั้นเดินทางสู่เมืองขชุรโห ตั้งอยู่ในรัฐมัธยประเทศ เมืองต้นกำเนิดกามสูตรตำนานรักบรรลือโลก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง  เมืองขชุรโหช่วงค.ศ 950 – 1050 ได้รับการพัฒนางานสถาปัตยกรรมของตนขึ้นจนบรรลุจุดสูงสุดมีความงดงามอย่างยากที่จะหาที่ใดมาเทียบได้ จนเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมิอาจพลาดได้

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน

 

เที่ยวชมเทวาลัยขชุรโห เดิมราชวงศ์จันเทละได้สร้างเทวาลัยขึ้นที่นี่ 85 หลัง แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 22หลัง เทวาลัยเหล่านี้ออกแบบมาให้มองจากระดับพื้นดินไล่สูงขึ้นไปจนถึงระดับของทิพยพิมานบนเขาไกลาสมีการสลักเสลาลวดลายตกแต่งอย่างสวยงาม สะท้อนให้ถึงความสามารถของช่างฝีมือและกษัตริผู้รังสรรค์งานศิลปะ ขชุรโหโด่งดังไปทั่วโลกเพราะรูปแกะสลักแนวกามาวิจิตรอันงดงาม ซึ่งเป็นความรุ่มรวยทางศิลปะมากมายให้เราได้สัมผัสชมเทวาลัยของพระศิวะ พระแม่ปารวตี และเทวาลัยของมหาเทพองค์อื่นๆอีกมากมาย กลุ่มโบราณสถาน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มตะวันตก ตะวันออกและใต้ ตัวเทวาลัยทำจากหินทราย หากได้เดินทางมาชมรับรองความประทับใจไม่ผิดหวังกับความงดงามและวิจิตรบรรจงทุกตารางนิ้วด้านนอกเทวาลัยมีการแกะสลักบรรยายวิถีชีวิตของชาวเมืองในสมัยโบราณ การออกศึก การแต่งกาย การกินอยู่

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ 

 

CLARKS HOTEL  ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า 

วันที่สิบเอ็ด : เมืองขชุรโห เมืองออชา เมืองจานสี เมืองเดลลี 

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นเดินทางสู่เมืองออชา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 นาที่ เมืองออชาตั้งอยู่ในรัฐมัธยัธประเทศก่อตั้งโดยมหาราชารูดาประตาปสิงห์ในปี  1501 เป็นเมืองแห่งปราสาทราชฐานและวัดแห่งเทพเจ้าที่งดงามและยิ่งใหญ่ เมืองนี้คล้ายคลึงกับเมืองพุกามที่ประเทศพม่าถ้ามองจากมุมสูงในป้อมออชาจะได้แห่งทุ่งแห่งปราสาทและมหาวิหารที่มีอยู่ทั่วท้องทุ่งของเมืองออชา  ชมพระราชวังออชาโดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ชมพระตำหนักราชมาฮาล สร้างในศตวรรษที่ 17โดยกษัตริย์มาดูกาสิงห์ ภายในตกแต่งภายด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามเต็มไปด้วยสีสันหลากหลายในแบบทางศาสนา ชมพระตำหนักจาฮังกีมาฮาลสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยมหาราชาเบอร์ซิงห์ เพื่อระลึกถึงการเสด็จมาของมหาราชาจาฮังกีแห่งราชวงศ์โมกุลพระตำหนักนี้ได้รับอิทธิพลเป็นศิลปะผสมระหว่างฮินดูมุสลิม ชมพระตำหนักไรปาวีนมาฮาล เป็นตำหนักของนักฟ้อนรำที่เป็นผู้หญิงของราชานักรักอินทรามณีแลไรปาวีนะถูกส่งตัวไปที่เดลลีตามคำสั่งของกษัตริย์อักบาร์ผู้หลงรักเธอ นางประทับใจในรักอันบริสุทธิ์ของกษัตรยิ์อักบาร์แต่สุดท้ายนางก็ถูกส่งตัวกลับมาอยู่ที่ออชานำท่าน ชมอนุสรณ์สถานหลวงหรือฉัตรีแห่งออชา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเบทวา เป็นศิลปะผสมผลานระหว่างรูปโดมแบบมุสลิมและสถาปัตยกรรมแบบฮินดู  สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ราชวงศ์บันเดลขันธ์ ซึ่งเคยเป็นชนชั้นปกครองเมืองนี้ ภาพงดงามของโดมสามารถเห็นมองเห็นได้จากฝั่งตรงข้ามริมแม่น้ำเบทวา

เที่ยง

บริการอาหารกลางวัน

บ่าย

นําท่าน ชมเทวาลัยจตุรพุช สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ.1558-1573 โดยราชามาธุการ์ ชาห์ เทวาลัยสร้างขึ้นด้วยหินและมีลักษณะเป็นอาคารที่ตั้งอยู่บนเนินดิน แต่เดิมว่าจะสร้างเพื่อประดิษฐานรูปพระรามกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองอโยธยาในตํานานมหากาพย์รามายณะหรือที่เรารู้จักในนามวรรณกรรมรามเกียรติ์ ซึ่งพระราชินีได้มาจากเมืองอโยธยาซึ่งเป็นเมืองเกิดของพระรามและยังเป็นมหาเทพเจ้าองค์สำคัญในศาสนาฮินดู แต่ได้มีการอัญเชิญรูปเคารพพระรามมาไว้ตรงด้านล่างก่อนเพื่อรอนำมาประดิษฐานที่นี่ แต่พอสร้างเสร็จก็ไม่สามารถนำรูปพระรามมาประดิษฐานได้ ปัจจุบันนี้จุดที่ประดิษฐานรูปพระรามคือบริเวณที่สร้างเป็นเทวาลัยพระรามซึ่งสร้างทีหลัง ดังนั้นนั้นจะเห็นว่าเทวาลัยพระรามมีลักษณะที่เป็นอาคารดูทันสมัยกว่า เทวาลัยจตุรพุชมียอดโดมเป็นรูปกรวยแหลมคู่ตั้งตระหง่าน และซุ้มประตูทางเข้าได้มีการสลักเสลาเป็นลักษณะกลีบบัวที่เต็มไปด้วยลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ชมเทวาลัยพระราม  มหาเทพองค์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวภารตะให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากบ้านเกิดพระรามอยู่ที่เมืองอโยธยา ชมความยิ่งใหญ่และงดงามด้านในไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปเพราะถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก

 

เดินทางสู่สถานีรถไปเมืองจานสีออกเดินทางสู่เมืองเดลลี โดยรถไฟสายพิเศ SHATABDI EXPRESS

ค่ำ

ถึงเมืองเดลลี มหานครและศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง ของประเทศอินเดีย นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม country inn hotel

วันที่สิบสอง : เดลลี- กรุงเทพ ฯ

เช้า

เดลลี- กรุงเทพ ฯ

12.45 น.

ออกเดินทางจากสนามบินเดลลี สู่กรุงเทพฯ

16.30 

เดินทางถึงกรุงเทพฯ ด้วยความประทับใจ

โปรแกรมการเดินทาง
วันแรก  กรุงเทพ ฯ สู่ เดลลี
วันที่สอง อัมริตสา โดยรถไฟขบวนพิเศษ
วันที่สาม  ธรรมศาลา
วันทีสึ่  มะนาลี
วันที่ห้า มะนาลี ซิมลา
วันที่หก ธันชาวูย์ - ธิรุจิราปัลลี - มาฑูไร
วันที่ เจ็ด ซิมลา เดลลี  โดยรถไฟขวนพิเศษ
วันที่แปด
เดลลี  กรุงเทพฯ
  รายละเอียดสายการบิน กรุงเทพ ฯ - เดลลี  9W                                          
  เดลลี อัมริตสา                  รถไฟขบวนพิเศษ 
  อัมริตสา - เดลลี                  รถไฟขบวนพิเศษ
  เดลลี กรุงเทพฯ                   9w
อัตราค่าบริการทัวร์ สำหรับ 15 ท่านขึ้นไป ราคาต่อท่าน
ผู้ใหญ่พักเดียว 77,900
ผู้ใหญ่  2 ท่านพัก 1 ห้อง 62,900
ผู้ใหญ่  3 ท่านพัก  1 ห้อง 62,900
เด็ก อายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่1 ท่าน 62,900
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่  2 ท่าน เสริมเตียง 61,900
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่  2 ท่าน ไม่เสริมเตียง 60,900
พักเดี่ยว ท่านละ 15,000

 เอกสารสำหรับทำวีซ่ากรุณาส่งเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน

1. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
2.หนังสือเดินทางควรมีหน้าว่างๆ สำหรับประทับตราวีซ่าและตราเข้า-ออก อย่างน้อย 2 หน้า
3..รูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังสีขาว ขนาด 2x2 นิ้ว  พื้นหลังสีขาว จำนวน 2 รูป (ห้ามใส่เครื่องแบบราชการ) และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์หรือรูปพริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ (รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 
4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน+สำเนาทะเบียนบ้าน
5.หนังสือเดินทางราชการ ลดค่าวีซ่า  1,830 บาท

สำหรับผู้อยู่ต่างจังหวัด กรุณาส่งเอกสารมาที่ :   ท็อปเอเชียฮอลิเดย์  (ลงทะเบียน)
                 36  ถนนพระยามนธาตุแยก  31 ถนนกาญจนาภิเษก บางบอน กทม. 10150
                 Tel: 02 4177639 - 40

 อัตราค่าบริการรวม

1.ค่าตั่วเครื่องบินไป - กลับ ชั้นประหยัด
2.คาโรงแรมที่พักตามที่ระบุในโปรแกรมหรือเทียบเท่า
3.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
4.ค่าวีซาประเทศอินเดีย
5.ค่าอาหารและเครื่องดื่มตามที่ระบุในรายการ
6. ค่ารถรับส่งและนำเที่ยวตามรายการทีระบุ
7.ค่ามัคคุเทศก์และเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดการเดินทาง
8.ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการที่กำหนด
9.ค่าประกันอุบัติภัยระหว่างการเดินทางในวงเงิคนสูงสุดท่านละ  ไม่เกิน 1,000,000 บาท
อัตราค่าบริการไม่รวม
1.ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินจากที่สายการบินกำหนด คือ  20 กิโลกรัม ส่วนที่เกินลูกค้าชำระณ เคาท์เตอร์สายการบิน
2.ค่าทำหนังสือเดินทาง
3.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ เช่นค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์ ค่าซักรีด เป็นต้น
4.ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุในรายการ
5.ค่าใบอนุญาตให้กลับเข้าประเทศไทยในกรณีคนต่างด้าว
6.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม   7% ในกรณีต้องการใบกำกับภาษีและค่าบริการหัก ณ ที่จ่าย  3%

7.ค่าทิปไกด์คนไทย ไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ เป็นน้ำใจ ทั้งนี้ขึ้นกับการให้บริการค่ะ

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
1. กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า  30 วัน กรุณาส่งมัดจำท่านละ  10,000 บาทโดยผ่าบัญชีในวันที่จอง โดยการส่งใบโอนมัดจำ + ชื่อสะกดภาษาอังกฤษที่ถูกต้องตรงกับพาสปอร์ต ระบุโปรแกรมทัวร์ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์  และส่งใบโอนมาทางแฟกซ์หรืออีเมล์ที่  RSVN@Topasiaholidays.com หรือ โทรสาร : 02 4177640  พร้อมเตรียมเอกสารให้พร้อมภายใน  2-3 วันที่ได้จองทัวร์ หรือตอบรับใบจองทัวร์

2.ค่าบริการทีเหลือทางบริษัท ฯ เรียกเก็บก่อนการเดินทาง 15 วัน ทั้งนี้บริษัทสำรองจ่ายค่าที่พักและตั่วเครื่องบิน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกโดยอัตโนมัติ

หมายเลขบัญชึ  : คุณกุลศยา จิรภารัตน์
  ธนาคารไทยพาณิชย์  255 209 357 7  สาขาบางบอน บัญชีออมทรัพย์ 
 กรุณาระบุชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศพท์ และ โปรแกรมทัวร์พร้อม วันที่เดินทาง     
  
หมายเหตุ
1.บริษัทขอขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินางล่วงหน้า 14 วัน  กรณีไม่สามารถจัดกรุ๊ปได้ 15 ท่านหรือจัดกรุ๊ปไม่มีหัวหน้าทัวร์
2.กรณีกรุ๊ปยกเลิก บ ยินดีคืนค่าทัวร์ให้ทังหมดยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ๋าที่ได้ชำระทางสถานทูตแล้ว
3.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสีย หรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และอุบัติเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน, ภัยธรรมชาติ, การจลาจลต่างๆ เป็นต้น
4.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (15ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
5.กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯ จะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
6.กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานฑูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า,ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอก เช่น โรงแรม ตั๋วรถไฟ ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
7.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
8.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
9.กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
10.ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษเช่น Extra Flight และ Charter Flight จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากค่าตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ
11.สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการ
ยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
12.แจ้งยกเลิกก่อน  30 วัน คืนค่าบิรการทั้งหมด
13.แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง  15 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ  10,000 บาท
14.แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

 




ทัวร์อินเดีย

IND 09 เลห์ ลาดัคห์ 7 วัน เทือกเขาหิมาลัย เลห์ เฮมิส ลามายูรู ทะเลสาปพันกอง สายการบินแอร์อินเดีย
IND ทัวร์สำรวจฮินดูสถานไฮเวย์ 10 วัน
IND 05 ทัวร์อินเดีย ถ้ำอชันต้า ถ้ำแอโลร่า มรดกโลก ไหว้พระพิฆเนศ เมืองปูเน่ วัดพระศรีมหาคณปติ องค์ทัคฑุเสฐ 4 วัน 3 คืน สายการบินSPICE JET
IND 08 เจาะลึกสังเวชนียสถาน อินเดีย เนปาล ปัตนะ กุสินารา มกุฎพันธเจดีย์ ลุมพินี มายาเทวีวิหาร สาวัตถี วัดเชตะวัน 8 วัน 7 คืน โดยสายการบินแอร์อินเดีย
IND 03 นมัสการสังเวชนียสถาน 9 วัน 7 คืน สายการบินสไปท์เจ็ท article
IND 01 เดลลี ทัชมาฮาล อัคราฟอร์ด ชัยปูร์
IND04 สุดยอดโรแมนติค แคชเมียร์ ศรีนาคา โซนามาร์ค กุลมาร์ค สวนชาลิมาร์ ทะเลสาบดาล และ ทัชมาฮาล 8 วัน สายการบิน JET AIRWAYS
IND10 อินเดียใต้ เชนไน เทวาลัยไกรลาส มาฑูไร มัลดีฟส์ 11 วัน สายการบิน SRILANKA AIRLINE article
IND11 อัมริตสา ธรรมศาลา มะนาลี ซิมลา 8วัน 7 คืน สายการบิน Jet Airways article
IND20 ทัวร์ศรีนาคา ซันสการ์ เลห์ ลาดัก



dot
รางวัล จากกรมการท่องเที่ยว 2016-2018
dot
dot

dot
บริการจัดกรู๊ปเหมา กรุ๊ปครอบครัว กรุ๊ปบริษัท ดูงาน  ซัมเมอร์
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ทัวร์ศรีลักา
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot
dot
อีเมล :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot



Top Asia Holidays, เดินทางอย่างมีระดับ ท็อปเอเซียฮอลิเดย์

บริษัท ท็อป เอเชีย ฮอลิเดย์ .
ที่อยู่ :  36 กาญจนาภิเษก      รหัสไปรษณีย์ : 10150
เบอร์โทร :  02 416 4988      มือถือ :0830862117  
อีเมล : info@topasiaholidays.com
เว็บไซต์ :www.TopAsiaholidays.com

LINE : topasiaholidays