dot
dot
ท็อป เอเซีย ฮอลิเดย์ ได้รับรางวัลบริษัททัวร์ได้รับมาตราฐานจากกระทรวงการท่องเที่ยว ปี 2015-2016
dot
bulletรู้จัก ท็อปเอเซียฮอลิเดย์
dot
dot
dot
ค้นหาทัวร์

dot
dot
ทัวร์อเมริกา - แคนาดา
dot
dot
ทัวร์แอฟริกา
dot
dot
ทัวร์โอเชียเนีย
dot
dot
ทัวร์เอเซีย
dot
ทัวร์ศรีลักา
dot
ทัวร์ยุโรป
dot
dot
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
dot
bulletอเมริกา
bulletออสเตรีย
bulletรัสเซีย
bulletลิทัวร์เนีย
bulletอิตาลี
bulletแอฟริกาใต้
bulletโมร็อคโค
bulletเยอรมนี
bulletเช็ก
bulletฮังการี
bulletฝรั่งเศส
bulletดูไบ
bulletโปรตุเกส
bulletเนเธอร์แลนด์
bulletตุรกี
bulletอังกฤษ
bulletลักเซมเบิร์ก
bulletเบลเยี่ยม
bulletสวิตเซอร์แลนด์
bulletสเปน
bulletสก็อตแลนด์
bulletลัตเวีย
bulletนิวซีแลนด์
bulletออสเตรเลีย
bulletมองโกเลีย
bulletศรีลังกา
bulletเนปาล
bulletเวียดนาม
bulletอินเดีย
bulletมาเลเซีย
bulletปากีสถาน
bulletลาว
bulletMaldives
bulletเกาหลี
bulletสิงคโปร์
bulletภูฏาน
bulletอินโดนีเซีย
bulletไต้หวัน
bulletญี่ปุ่น
bulletกัมพูชา
bulletฟิลิปปินส์
bulletฮ่องกง
bulletจีน
bulletบรูไน
bulletมาเก๊า
bulletบาหลี
bulletพม่า
dot

dot
bulletรูปภาพความประทับใจ
bulletใบตอบรับการเดินทาง
bulletเกี่ยวกับเรา
bulletแบบฟอร์มการจองทัวร์
dot
TOP ASIA HOLIDAYS TEL 024164988
dot
dot
OUR PARTNER
อีเมล :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot




็MC04 ทัวร์โมร็อคโค 11 วัน

MC04 ทัวร์โมร็อคโค 11 วัน โดยสายการบิน

 Etihad Airways 

โปรแกรมการเดินทาง

ดาวน์โหลดโปรแกรม : 

กำหนดการเดินทาง : วันที่ 19-29 ต.ค 59 ,30 พ.ย. - 10 ธ.ค 59 ,28 ธ.ค 59 - 7 ม.ค 60

 

วันเดินทาง ระยะเวลา รหัสทัวร์ สายการบิน ราคา (เริ่มที่) สถานะ
2016 - 10 - 19 11 วัน  MOC04 EY 82,900 ติดต่อเรา
2016 - 11 - 30 11 วัน  MOC04 EY 82,900 ติดต่อเรา
2016 - 12 - 28 11 วัน  MOC04 EY 85,900 ติดต่อเรา

   

วันที่หนึ่ง : กรุงเทพฯ – อาบูดาบี

17.30 น.

 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศสายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ Etihad Airways (EY) แถว Q ประตู 8

20.35น. ออกเดินทางสู่เมืองคาซาบลังก้า ประเทศโมรอคโค โดยเที่ยวบินที่ EY 401 (2035-0010) (ใช้เวลาบินช่วงแรกประมาณ 7 ชั่วโมง) ท่านจะได้เพลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง

วันที่สอง : อาบูดาบี- คาซาบลังก้า (Casablanca) – เอลจาดีด้า (El Jadida) - เอซา เวร่า

00.10 น.

ถึงสนามบินอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รอเปลี่ยนเครื่องบินไปคาซาบลังก้า

 02.45 น.

เที่ยวบิน EY 613 (0245 - 0835) ออกเดินทางไปคาซาบลังก้า บินต่ออีกประมาณ 9 ชั่วโมง

08:35 น.

สายการบินกาตาร์นาเครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ช.ม.) นาท่านผ่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ออกจากเมืองคาซาบลังก้าโดยรถมุ่งลงไปทางใต้เลาะเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังเมือง เอล จาดีด้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นาท่านชมเมืองเอลจาดีด้า เดิมชื่อ มาซากัน (Mazagan) เป็นภาษาโปรตุเกส เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนอ่าวชายฝั่งทะเลแอตแลนติค เคยเป็นเมืองท่าที่สาคัญของโมรอคโคที่ทาการค้ากับชาวฟินีเชียน ต่อมาปี ค.ศ. 1502 ชาวโปรตุเกสขึ้นฝั่งที่นี่และได้สร้างป้อมปราการ เรียกว่า El Brijia El Jaida หลังจากมีการสร้างเมืองขึ้นในปี ค.ศ. 1506 ได้เรียกเมืองว่ามาซากัน ซึ่งกลายเป็นเมืองท่าที่สาคัญของชาวโปรตุเกส ในปี ค.ศ.1562 ป้อมถูกโจมตีโดยโดยชาวอาหรับแต่ไม่สาเร็จ ระหว่างค.ศ.1580 - 1640 ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวสเปน และกลับมาถูกปกครองโดยชาวโปรตุเกสอีกครั้ง ชมสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนอิทธิพลระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและโมรอคโค ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2004 นาท่านชมคุกใต้ดินที่เคยใช้เป็นที่คุมขังของทาสในสมัยโปรตุเกส และเป็นคลังเก็บอาวุธสงคราม ได้เวลาพอสมควรนาท่านเดินทางต่อสู่เมืองเอซาเวร่า (Essaouira) เอซาเวร่า หมายถึงรูปภาพ ไม่ว่าจะถ่ายจากมุมไหนๆ ภาพที่ได้มานั้นจะออกมาสวยอย่างไม่มีที่ติ เอซาเวร่า เป็นเมืองเล็กๆ ริมขอบมหาสมุทรแอตแลนติก ที่มีเสน่ห์อย่างเป็นเอกลักษณ์ ในเขตเมืองเก่า (เมดิน่า) มีกาแพงเมืองเก่าขนาดหนาซ้อนกัน 2 ชั้น ที่ใช้ป้องกันพายุหน้าร้อนที่พัด มาประจาทุกปี บ้านเรือนและร้านค้าภายในเขตกาแพงเมืองทาด้วยปูนสีขาวกลมกลืนไปกับประตูสีฟ้า สถาปัตยกรรมเหล่านี้ถูกหล่อหลอมมาจากวัฒนธรรมอันหลากหลาย ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นแหล่งที่อยู่ของพ่อค้าชาวยิว และชาวยิวกลุ่มนี้เองที่เคยเปลี่ยนเมืองนี้เป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดของโมรอคโคในศตวรรษที่ 17 และ 18 ชมพระอาทิตย์ตก ณ.ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่ ป้อมปราการเมือง Skala de laville ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สาคัญของเมือง สวนบนป้อมมีปืนใหญ่วางเรียงรายอยู่เป็นแนวแถว และในอดีตส่วนล่างของป้อมใช้เป็นคลังเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ โรงม้าศึกที่ใช้ในการสงคราม
ค่า รับประทานอาหารค่า
  พักผ่อนค้างคืนในเมืองเอซาเวร่า ATLAS ESSAOUIRRA & SPA HOTEL 5* หรือเทียบเท่า

วันที่สาม :  เอซาเวร่า (Essaouira) – มาราเกช (Marakesh)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า

  นาท่านเดินชมเมืองเมดิน่าแห่งเอซาเวร่า จนได้เวลาพอสมควร ออกเดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) (2 ชั่วโมงกว่า จากเอซาเวร่า ระยะทาง 176 กม.) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สาคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้ เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกาหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

 

จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอามาตย์ ผู้สาเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก จากนั้นเดินทางต่อไปยัง สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ในสมัยราชวงศ์ซาเดียน สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามของงานศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน สวนสวยภายนอกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเขาว่าเป็นการทาตามแบบสวนสวรรค์ของพระอัลเลาะห์ (Allah's Paradise) จากนั้นนาท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน
ค่า รับประทานอาหารค่า ที่ร้านอาหารไทย
  พักผ่อนค้างคืนในเมืองมาราเกช KENZI FARAH HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ : มาราเกช (Marakesh) – Fantasia Show

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  นาท่านชมสวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยตกเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกช หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกช ก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นที่พักผ่อน ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้า และสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงามนาท่านชมมัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร) จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมสวน เมนารา (Menara Garden) ซึ่งแต่เดิมสร้างเป็นบ่อเก็บน้า และล้อมรอบด้วยต้นมะกอกและสน มีตัวอาคารที่งดงามและเทือกเขาแอตลาสเป็นฉากหลัง เป็นสวนต้นแบบที่ราชวงศ์โมรอคโคนิยมกันในเวลาต่อมา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
  ชมงานสถาปัตยกรรมผลงานที่เก่าแก่ในเขตเมืองเก่าของมาราเกช Ben Youssef Madrasa ในอดีตสร้างขึ้นเพื่อเป็นวิทยาลัยของชาวมุสลิม ในสมัยสุลต่านอลิเบนยูซูฟ แต่มาถูกค้นพบในสมัยราชวงศ์เมเรนิด ในศ.ต.ที่ 14 กล่าวกันว่าเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือในขณะนั้น
ค่า รับประทานอาหารค่า ที่ Fantasia ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาว โมรอคกันที่ต้อนรับท่านด้วยอาหารและพร้อมชมการแสดงพื้นเมือง
  พักผ่อนค้างคืนในเมืองมาราเกช KENZI FARAH HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า : มาราเกช (Marakesh) - ไอท์ เบน ฮาดดู (Ait Benhaddou) – วอซาเซท

เช้า รับประทานอาหารเช้า
  ออกเดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมาราเกช (ระยะทางประมาณ 220 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เส้นทางข้ามเทือกเขาไฮแอทลาส ทางคดเคี้ยวกับภูเขาสลับซับซ้อน สลับกับทุ่งเกษตรแบบขั้นบันได ให้ท่านเพลินตากับสีสัน วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
  บ่าย ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทาภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทาภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้ จากนั้นเดินทางต่อตามถนนคาซบาห์ที่มีป้อมหลายร้อยแห่งตั้งเรียงรายตามถนนดังกล่าวสู่เมืองวอซาเซท (จากไอท์เบนฮาดดูใช้เวลาประมาณ 40 นาที) เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกาลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทากิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สาหรับในฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.– เม.ย.)) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขา แอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหา ความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สาคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออก สาหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ จุดกึ่งกลางแห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสารวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน นาชมป้อมทาเริท (Kasbah Taourirt) เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆจานวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกัน พระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูล กลาวี (Glaoui Palace) อยู่ภายใน ซึ่งยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในยุคของตระกูล Glaoui ที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จานวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจานวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด
ค่า รับประทานอาหารเย็น
  พักผ่อนค้างคืนในเมืองวอซาเซท HOTEL KARAM FRAMISSIMA 4* หรือเทียบเท่า

วันที่หก : วอซาเซท – ทินเฮียร์ (Tineghir) – ทอด้าจอร์จ (Todra Gorge)- เออร์ฟอย์ด (Erfoud)

เช้า รับประทานอาหารเช้า
  นาท่านเดินทางสู่เออร์ฟอย์ด เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพี่อค้าที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอารเบียและซูดาน บนเส้นทางผ่านข้ามเขตแห้งแล้งแต่มีโอเอซิสที่หุบเขาเดดสส์ (Dades) ซึ่งแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทาให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆสวยงาม ก่อนถึง ทอด้าจอร์จ แวะชมผลิตภัณฑ์ที่ทาจากกุหลาบที่เมือง Boumaln City (เทศกาลกุหลาบประมาณเดือนพฤษภาคม) แวะชมโอเอซิส Tinerhir ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท จากนั้นเดินทางสู่ทอด้าจอร์จ ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลาน้าเกลือที่ไหลผ่านช่องเขา กับหน้าผาสูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสาหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
  เดินทางต่อสู่เออร์ฟอร์ด ระหว่างทางจะผ่านโอเอซิส การทาระบบชลประทานใต้ดิน (ใครที่เคยเที่ยวเส้นทางสายไหมในจีนมาแล้วคงพอจะนึกออก) ก่อนเข้าที่พักแวะชม ฟอสซิลเวิร์ด
เย็น นำท่านเปลี่ยนเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เดินทางสู่ทะเลทรายซาฮาร่า
  เข้าสู่ที่พักโรงแรมกลางทะเลทรายซาฮาร่า AUBERGE DU SUD MERZOUGA
ค่ำ รับประทานอาหารค่าที่โรงแรม จากนั้นพักผ่อนนอนดูดาว ตามอัธยาศัย

วันที่เจ็ด : เออร์ฟอย์ด - อิเฟรน (Ifrane) - เฟซ (Fes)

เช้าตรู่ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ปลุกท่านตื่นเพื่อไปขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า กลับมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  ได้เวลาพอสมควรนาท่านเดินทางโดยรถ 4x4 สู่เออร์ฟอยด์ เปลี่ยนเป็นรถโค้ชเดินทางต่อสู่เมืองเฟซ (Fes) เส้นทางผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานาน สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา ผ่าน Ziz Valley ก่อนข้าม Middle Atlas ผ่านเมือง Midelt
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ที่ Midelt
  จากนั้นเดินทางข้าม Middle Atlas ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ บางช่วงต้นไม้พุ่มเตี้ยแปลกตา สวนต้นซีดาร์ ผ่านเส้นทางความสูง 3,090 เมตร และต้นสนขนาดใหญ่ เข้าสู่เมืองอิเฟรน (Ifrane ) ห่างจากเฟซ ลงทางใต้ประมาณ 60 กม. ที่ความสูงประมาณ 1650 เมตร เหนือระดับน้าทะเล ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้บาน และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน 
  จากนั้นเดินทางต่อเพื่อเข้าสู่เมืองเฟซ เมืองเฟซซึ่งยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองอิมพิเรียลทั้งสี่
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
  พักผ่อนค้างคืนในเมืองเฟซ BARCELO HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

วันที่แปด : เฟซ (Fes) - เมดิน่าแห่งเฟส

เช้า รับประทานอาหารเช้า
  นำท่านเที่ยวชมเมืองเฟซ (Fes) เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสาคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค เริ่มด้วยจุดชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน ต่อด้วยชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟซ (The Royal Palace) ที่มีทหารยามยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างสง่างาม ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทารายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทาการค้าเก่งแต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือชาวยิวอยู่ไม่มากนัก ชมชุมชนชาวยิว (The Synagouge) ที่มาอาศัยอยู่ตั้งแต่ในสมัยศ.ต.ที่ 7 ซึ่งกระจายอยู่ทุกเมืองในอดีต ชาวยิวเป็นชนชาติที่ขยัน ฉลาด ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นพ่อค้า จึงทาให้สุลต่านและกษัตริย์ในอดีตนาชาวยิวมาเป็นบริวารอยู่โดยรอบวัง เพื่อการเก็บภาษีจากการค้าได้ง่ายขึ้น
  จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ท่านเดินเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดินาเมืองเฟซ ผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นาท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้างปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 10,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับน้าพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่า บางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดาอันคมกริบเท่านั้น แวะชมสุสานของมูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem II) ที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ในเมดิน่า
  นาท่านเดินต่อในเมดิน่าแห่งเฟส ผ่านชม สุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) จากนั้นนาท่านเดินชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้ ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง
ค่า รับประทานอาหารค่า BARCELO HOTEL 4* หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า : เฟซ - เมืองโรมันโวลูบิลิส - เมคเนส (Meknes) –ราบัต (Rabat) – คาซาบลังก้า

เช้า รับประทานอาหารเช้า
  หลังอาหารเช้านาท่านออกเดินทางสู่เมืองเมคเนส (Meknes) แวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) ที่ปัจ จุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต ผ่านชมเมืองมูเล ไอดริส (Moulay Idriss) เมืองโรมันโบราณเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองศูนย์กลางศาสนาอันศักดิ์สิทธิของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆปี ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย จากนั้นเดินทางต่อสู่เมคเนส เป็นเมืองหลวงโบราณในสมัยสุลต่านมูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail) แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty) กษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทาสงครามใน ศ.ต. ที่ 17 ด้วยทาเลที่ตั้งที่มีแม่น้าไหลผ่านกลางเมือง เมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ ก่อนถึง ชมกาแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู ชม ประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate) ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสดและกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด จากนั้นเดินทางสู่เมืองราบัต
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
  นาท่านชมเมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปีค.ศ.1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส และเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทาเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม นาชมป้อมไอดูยะ ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกาแพงสูงใหญ่ ด้านในเป็นเมดิน่า บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น (ทายซิว่าทาไมเมดิน่าแห่งนี้ จึงใช้สีฟ้า ) จากนั้นชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สาเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x 139 เมตร 
  ได้เวลาพอสมควร เดินทางสู่เมืองคาซาบลังก้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่า พักผ่อนค้างคืนในเมืองคาซาบลังก้า GOLDEN TULIP HOTEL 5* หรือเทียบเท่า

วันที่สิบ : คาซาบลังก้า – ราบัต – อาบูดาบี

เช้า รับประทานอาหารเช้า
  จากนั้นนาท่านเที่ยวชมเมือง 'คาซาบลังก้า' หมายถึง บ้านสีขาว คาว่า 'คาซา' แปลว่า บ้าน และ 'บลังกา' แปลว่า สีขาว เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมรอคโค' ด้วยซ้า เพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้ว ยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทาในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทาให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน นาท่านชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
  ชมเมืองคาซาบลังก้า โบถส์คริสเตียน (The Church of our ladies of Lourdes) ภายในมีภาพกระจกสีสวยงามแสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา ต่อด้วยจัตุรัสสหประชาชาติ ซึ่งเป็นใจกลางเมืองย่านธุรกิจสาคัญ อิสระให้ท่านเดินสารวจสินค้าหรือเลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่ออาทิ น้ามันมะกอก อินทผาลัมในซุปเปอร์มาเก็ตก่อนกลับเมืองไทย
บ่าย ได้เวลาพอสมควรนาท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองราบัต
17:00 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ ราบัต
20:15 น. ออกเดินทางสู่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EY616 (2015-0710+1)
วันที่สิบเอ็ด : อาบูดาบี - กรุงเทพฯ
07.10 น. ถึงสนามบินโดฮา รอเปลี่ยนเครื่อง
10.10 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EY 404 (1010-1950)
19.50 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 อัตราค่าบริการ และเที่ยวบินการเดินทาง

ราคาต่อท่านสำหรับเดินทางวันที่ : 19-29 ต.ค 59 ,30 พ.ย. - 10 ธ.ค 59 ,28 ธ.ค 59 - 7 ม.ค 60

  ราะเอียดสายการบิน    จาก ~ ถึง                                            
                            
                               
                                

 

อัตราค่าบริการทัวร์ ราคาต่อท่าน
ผู้ใหญ่ 2 ท่านพัก 1 ห้อง
ผู้ใหญ่ 3 ท่านพัก  1 ห้อง
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่ 1 ท่าน (Single room)
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง)
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง)
พักเดี่ยว ท่านละ  
ทารก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน  
ทารก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน   

 

 

อัตราค่าบริการรวม 1.ค่าตั๋วเครืองบินไปกลับ กรุงเทพ - โดฮา -กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน การ์ตาแอร์เวย์  

2.ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน )

3.ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดืม 

4.ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยว

5.คาประกันอุบัติเหตุ วงเงิน 1,000,000 บาท 

6.ค่าภาษีสนามบินไทย + ค่าภาษีสนามบินโดฮา

7.ค่าวีซ่าและค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ 
  8.ค่ามัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง

9.ค่าทิปบริการยกกระเป๋าของทุกโรงแรม
 ประกันภัย  วงเงิน 1,000,000 บาท  รักษาพยาบาล 500,000 บาท 
ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะอุบัติเหตุจากการเดินทางไม่รวมเจ็บไข้  ป่วย ไข้ชัก หรือท้องเสีย อาหารเป็นพิษ
ค่าบริการไม่่รวม 1.ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามที่สายการบินกำหนด 20กิโลกัรม
  -ค่าทิป 2.ค่าทิปไกด์และคนขับโมร็อคโค ( ประมาณ วันละ 200  บาท ต่อท่าน ) 
 - ค่ายกกระเป๋า 3.ค่ายกกระเป๋าที่โรงแรม  ครั้งละ ____ เดียร์แฮม โมรอคคัล 

4.ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย (วันละ 50 บาท 4 วัน รวม 200 บาท )
  5.ค่าทำหนังสือเดินทาง

6.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ เช่นค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์ ค่าซักรีด เป็นต้น

7.ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุในรายการ

8..ค่าใบอนุญาตให้กลับเข้าประเทศไทยในกรณีคนต่างด้าว

9.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม   7% ในกรณีต้องการใบกำกับภาษีและค่าบริการหักณที่จ่าย  3%
การจองและชำระเงิน กรุณาจองล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน 
1.  ค่ามัดจำทัวร์  ชำระทันทีที่จองทัวร์ ท่านละ 10,000 บาท 
2.   ชำระค่าทัวร์ที่เหลือ   จำนวน                                 บาท   ภายในวันที่                
   จำนวน                                 บาท   ภายในวันที่
 คลิกจองทัวร์   
หมายเหตุ ค่าบริการทีเหลือทางบริษัท ฯ เรียกเก็บก่อนการเดินทาง 20 วัน 
ทั้งนี้บริษัทสำรองจ่ายค่าที่พักและตั่วเครื่องบิน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกโดยอัตโนมัติ
เงื่อนไขการบริการ  
1.จองทัวร์และชำระเงินตามเงื่อนไข 
  แจ้งยกเลิกไม่น้อยกว่า 30 วัน  คืนเงินค่าทัวร์โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  แจ้งยกเลิกทัวร์ไม่น้อยกว่า 15 วัน หักค่าทัวร์ 50 %
  แจ้งยกเลิกทัวร์น้อยกว่า 15 วัน เก็บค่าทัวร์เต็มทุกกรณี 
2.บริษัทขอขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางล่วงหน้า 14 วัน  กรณีไม่สามารถจัดกรู๊ปได้ 15 ท่านหรือจัดกรุ๊ปไม่มีหัวหน้าทัวร์
3.กรณีกรุ๊ปยกเลิก บ.ยินดีคืนค่าทัวร์ให้ทังหมดยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ได้ชำระทางสถานทูตแล้ว 
4.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสีย หรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และอุบัติเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน, ภัยธรรมชาติ, การจลาจลต่างๆ เป็นต้น
5.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (15ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
6.กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯ จะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
7.กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานฑูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า,ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอก เช่น โรงแรม ตั๋วรถไฟ ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
8.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
9.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
10.กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
11.ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษเช่น Extra Flight และ Charter Flight จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากค่าตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ
12.สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการ
ยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
13.เมื่อออกเดินทางพร้อมคณะแล้ว ท่านงดใช้บริการใดบริการหนึ่ง ไม่ทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวตามรายการ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่สามารถเรียนร้องส่วนลดค่าบริการและเงินมัดจำคืนไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น
14.เมือท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ถือว่าท่านได้เงื่อนไขข้อตกลงตามที่ได้ระบุไว้ดีแล้ว 

 




ทัวร์โมรอคโค

MOC03 ทัวร์โมร็อคโค สเปน 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์
MOC02 ทัวร์โมร็อคโค 7 คืน 10 วัน โดยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์
MOC01 ทัวร์โมร็อคโค 7 คืน 10 วัน



Top Asia Holidays, เดินทางอย่างมีระดับ ท็อปเอเซียฮอลิเดย์

บริษัท ท็อป เอเชีย ฮอลิเดย์ .
ที่อยู่ :  36 กาญจนาภิเษก      รหัสไปรษณีย์ : 10150
เบอร์โทร :  02 416 4988      มือถือ :0830862117  
อีเมล : info@topasiaholidays.com
เว็บไซต์ :www.TopAsiaholidays.com

LINE : topasiaholidays