dot
dot
ท็อป เอเซีย ฮอลิเดย์ ได้รับรางวัลบริษัททัวร์ได้รับมาตราฐานจากกระทรวงการท่องเที่ยว ปี 2015-2016
dot
bulletรู้จัก ท็อปเอเซียฮอลิเดย์
dot
dot
dot
ค้นหาทัวร์

dot
dot
ทัวร์อเมริกา - แคนาดา
dot
dot
ทัวร์แอฟริกา
dot
dot
ทัวร์โอเชียเนีย
dot
dot
ทัวร์เอเซีย
dot
ทัวร์ศรีลักา
dot
ทัวร์ยุโรป
dot
dot
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
dot
bulletอเมริกา
bulletออสเตรีย
bulletรัสเซีย
bulletลิทัวร์เนีย
bulletอิตาลี
bulletแอฟริกาใต้
bulletโมร็อคโค
bulletเยอรมนี
bulletเช็ก
bulletฮังการี
bulletฝรั่งเศส
bulletดูไบ
bulletโปรตุเกส
bulletเนเธอร์แลนด์
bulletตุรกี
bulletอังกฤษ
bulletลักเซมเบิร์ก
bulletเบลเยี่ยม
bulletสวิตเซอร์แลนด์
bulletสเปน
bulletสก็อตแลนด์
bulletลัตเวีย
bulletนิวซีแลนด์
bulletออสเตรเลีย
bulletมองโกเลีย
bulletศรีลังกา
bulletเนปาล
bulletเวียดนาม
bulletอินเดีย
bulletมาเลเซีย
bulletปากีสถาน
bulletลาว
bulletMaldives
bulletเกาหลี
bulletสิงคโปร์
bulletภูฏาน
bulletอินโดนีเซีย
bulletไต้หวัน
bulletญี่ปุ่น
bulletกัมพูชา
bulletฟิลิปปินส์
bulletฮ่องกง
bulletจีน
bulletบรูไน
bulletมาเก๊า
bulletบาหลี
bulletพม่า
dot

dot
bulletรูปภาพความประทับใจ
bulletใบตอบรับการเดินทาง
bulletเกี่ยวกับเรา
bulletแบบฟอร์มการจองทัวร์
dot
TOP ASIA HOLIDAYS TEL 024164988
dot
dot
OUR PARTNER
อีเมล :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot




MOC01 ทัวร์โมร็อคโค 7 คืน 10 วัน

 ทัวร์โมร็อคโค 10 วัน 7 คืน เริ่มต้นที่ 69,900

 

โปรแกรมการเดินทาง

ดาวน์โหลดโปรแกรม : 

กำหนดการเดินทาง : วันที่ 28 เมษายน - 7 พฤษภาคม 59, 20 - 29 ตุลาคม 59,17 - 26 พฤศจิกายน 59, 1 - 10 ธันวาคม 59

 

วันเดินทาง ระยะเวลา รหัสทัวร์ สายการบิน ราคา (เริ่มที่) สถานะ
2016 - 04 - 28 10 วัน  MOC01 EY 69,900 ติดต่อเรา
2016 - 05 - 20 10 วัน  MOC01 EY 74,900 ติดต่อเรา
2016 - 11 - 17 10 วัน  MOC01 EY 74,900 ติดต่อเรา
2016 - 12 - 1 10 วัน  MOC01 EY 74,900 ติดต่อเรา

วันที่หนึ่ง : กรุงเทพ-อาบูดาบี

17.00 น.

 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เค้าท์เตอร์ สายการบิน อิทิฮัดแอร์เวย์ส  เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

20.10 น.

ออกเดินทางสู่อาบูดาบี (Abu Dhabi)  โดยเที่ยวบินที่  EY 401 BKK AUH  2010 – 0010 (7.00 ช.ม) เชิญเพลิดเพลินกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม

วันที่สอง : อาบูดาบี-คาซาบลังก้า-ราบัต

02.35 น.

เปลี่ยนเครื่องบินไปคาซาบลังก้า เที่ยวบิน EY 613 0235 AUH CMN 0235 - 0740 บินต่ออีกประมาณ 9.05 ชั่วโมง (รวมเวลาบิน และเปลี่ยนเครื่อง 18.30 ชม.)

07.40 น. 

เครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมรอคโค  (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ช.ม.)  นำท่านผ่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่นแล้ว

นำท่านสู่เมือง คาซาบลังก้า  คำว่า 'คาซาแปลว่า บ้าน และ 'บลังก้าแปลว่า สีขาว คาซาบลังก้า เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมรอคโคด้วยซ้ำเพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้วยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน ชมเมืองคาซาบลังก้า ผ่านย่านธุรกิจสำคัญ จัตุรัสสหประชาชาติ ชมวิวทิวทัศน์ของมหาสมุทรแอตแลนติค นำท่านชม บริเวณภายนอกของ สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 เป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ2รองจากเมืองเมกกะสุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนงสามารถจุผู้คนที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาอิสลามได้ร่วม 80,000 คน โดยแยกเป็นภายในสุเหร่า 25,000 คน  ภายนอกสุเหร่าอีก 55,000 คน  ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว ชมเมืองคาซาบลังก้า ผ่านย่านธุรกิจสำคัญ จัตุรัสสหประชาชาติ ผ่านชมย่านบ้านพักตากอากาศริมมหาสมุทรแอตแลนติคซึ่งเป็นย่านที่เศรษฐีและผู้มีฐานะทางสังคมนิยมมาอยู่กันรวมถึงกษัตริย์ซาอุดิอารเบียก็มาสร้างวังพร้อมทั้งมีมัสยิดและหอสมุดส่วนพระองค์  ชมวิวทิวทัศน์ของมหาสมุทรแอตแลนติค

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

นำท่านออกเดินทางสู่เมืองราบัต (Rabat) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมรอคโค (ระยะทาง 94 กมใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)

นำท่านชมเมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมรอคโคมาตั้งแต่ปีค..1956 เมื่อโมรอคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส เป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม จากนั้นชมสุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง  ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่า เพื่อประกอบศาสนกิจ ชมสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183x139 เมตร  นำท่านชม ป้อมอูดายา (Oudayas Fortress) ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ เป็นป้อมที่สเปนสร้างขึ้นเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมรอคโค ด้านในมีสวนดอกไม้แบบสเปน และเป็น เมดิน่า หรือชุมชนชาวเมืองซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า-ขาว ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น บรรยากาศริมทะเลคล้ายเมืองซานโตรินี นับเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่ สำคัญของโมรอคโค ในอดีตใช้ป้องกันข้าศึกจากการรุกรานทั้งจากประเทศที่ล่าอาณานิคมและในยุคที่โจรสลัดชุกชุม         จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรม

พักค้างคืนในราบัตโรงแรม Gelden Tulip Farah ระดับ 5 ดาว 

วันที่สาม : ราบัต – แทนเจียร์ – เชฟชาอูน

 เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์ นำท่านเดินทางสู่เมืองแทนเจียร์ (Tangier) เป็นเมืองริมชายฝั่ง และเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก และอยู่ทางตอนใต้ของ “ช่องแคบยิบรอลตาร์” ปัจจุบันเมืองท่าแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของโมร็อกโกอีกด้วย นอกจากนี้แล้วเมืองแทนเจียร์ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ อีกทั้งรอบๆตัวเมืองยังมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม รวมไปถึงหาดทรายและผู้คนที่แสนจะเป็นมิตร ชมวิวช่องแคบยิบรอลต้า ที่คั่นแบ่งระหว่างทวีปยุโรป และ ทวีปแอฟริกา ตามตำนานเล่าว่า เป็นเพราะเทพเฮอร์คิวลิส ที่ต้องการเดินทางผ่านไปยังสุดขอบตะวันตกจึงยกแผ่นหินออกทำให้เกิดช่องแคบยิบรอลต้าขึ้น จากนั้นนำชม แกรนด์ ซัคโค (Grand Socco) หรือที่รู้จักกันว่า "บิ๊กสแควร์" จัตุรัสที่รายล้อมไปด้วยเขตเมืองเก่า หรือย่านเมดินา ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเมืองแทนเจียร์ อีกทั้งยังถือว่าเป็นตลาดหลักของเมืองอีกด้วย

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางต่อ สู่ นครสีฟ้า  เชฟชาอูน (Chefchaouen)  เมืองที่ได้ชื่อว่า “ มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโก “ แม้ว่าโมรอคโคจะเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา แต่เพราะการที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมหาสมุทรแอตแลนติก จึงทำให้ภูมิอากาศของประเทศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนคล้ายตอนใต้ของอิตาลีและ สเปน เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี ในอดีตก่อนที่โมรอคโคจะได้รับเสรีภาพในการปกครองประเทศทั้งหมดในปี 1956 เมืองเชฟชาอูนเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และจนบัดนี้ประชากรที่มีประมาณ 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย เชฟชาอูนอาจจะไม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความตื่นเต้นจากกิจกรรมกลางแจ้งหรือชายหาดมากนัก แต่อากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค  ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ ที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาว แห่งนี้ทีเดียว สาเหตุที่เมืองเชฟชาอูนถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ

 ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรม

 

พักค้างคืนในนครสีฟ้า เชพชาอูนโรงแรม Dar Chefchaouen ระดับ 4 ดาว 

วันที่สี่ เชฟชาอูน – โวลูบิลิส – เมคเนส – เฟส

เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์

นำท่านออกเดินทางสู่เมืองเมคเนส (Meknes) (ระยะทาง 195 กมใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.)  แวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต อดีตเมืองโบราณแห่งจักรวรรดิโรมันแห่งนี้มีความสำคัญยิ่งในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11 เมืองโรมันโบราณแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค..1997  ผ่านชมเมืองมูเล่ ไอดริส (Moulay Idriss) เมืองโรมันโบราณเมืองหนึ่งที่เป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆปี ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาเปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอารเบีย
เมคเนส
 (Meknes) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค..1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน

มูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail)  แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty)  ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง เมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ  มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู แวะชม ประตูบับมันซู (Bab Mansour Monumental Gate) เป็นประตูที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด ตกแต่งด้วยโมเสคและกระเบื้องสีเขียวสดบนผนังสีแสด จากนั้นเดินทางสู่เมืองเฟซตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟซึ่งเฟสเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีเสน่ห์อันน่าประทับใจ

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฟส (Fes) (ระยะทาง 82 กมใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชม.) เมืองหลวงเก่าในศ.ต. ที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นเมืองสำคัญทางด้านศาสนาตั้งแต่ยุค ศต. ที่ 8  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค นำท่านถ่ายรูปที่จุดชมวิวบนป้อมปราการแห่งราชวงศ์ซาเดียน ต่อด้วยชมประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟส (The Royal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมร็อคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่ง เป็นพ่อค้าผูกขาดการค้าเกลือ แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา(ประเทศอิสราเอล) คงเหลือประชากรชาวยิวอยู่ไม่มากนัก  จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เขาวงกตอันซับซ้อนแห่งเมดินาเมืองเฟส  ผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913  ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต นำท่านเดินผ่านตลาดสดขายข้าวปลาอาหาร และผัก ผลไม้สดต่างๆนาๆ ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบ มัวร์ที่สวยงามประณีต  ในเขตเมืองเก่าได้แบ่งออกเป็น 100 ส่วน มีซอยกว่า 94,000 ซอย มีซอยแคบสุดคือ 50 ซ.ม. ถึงกว้าง 3 เมตร จะแบ่งเป็นย่านต่างๆ เช่น ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง จะมีร้านค้าเล็กๆที่หน้าร้านจะมีหม้อ กะทะ อุปกรณ์เครื่องครัว วางแขวนห้อยเต็มไปหมด ย่านขายพรมที่วางเรียงรายอย่างสวยงาม ย่านงานเครื่องจักสาน งานแกะสลักไม้ และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามระหว่างที่เดินตามทางในเมดิน่าท่านจะได้พบกับน้ำพุธรรมชาติ(Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด  นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่าบางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น  แวะชมสุสานของกษัตริย์ มูเล ไอดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausolem IIที่ชาวโมรอคโคถือว่าเป็นแหล่งมาแสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยชายชาวมุสลิมจะมาขอพรก่อนการเข้าสุหนัตและหญิงสาวชาวมุสลิมมักจะมาขอพรเพื่อให้ได้บุตร  ชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque)ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น) ชมย่านเครื่องหนังและแวะชม บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณประจำเมืองเฟส (Chouara Tannery) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟส ถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโก้  เมืองเฟส จึงเป็นสถานที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอย่างยิ่ง

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรม

 พักค้างคืนในเฟสโรงแรม Pick Albatros Hotel  ระดับ 4 ดาว

 

 คืนนี้ กรุณาจัดเตรียมเสื้อผ้า และของใช้จำเป็น ใส่กระเป๋าเล็ก เพื่อใช้ในการค้างแรมในทะเลทรายซาฮาร่า ในคืนพรุ่งนี้

วันที่ห้า : เฟซ - อิเฟรน – เอร์ฟูด์ มอร์ซูก้า

เช้า

 รับประทานอาหารเช้าที่ในโรงแรมฯ

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิเฟรน (Ifrane) (ระยะทาง 70 กมใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.) อิเฟรน เป็นเมืองพักตากอากาศบนความสูงกว่า 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน บ้างก็เรียกเมืองอิเฟรนว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค หรือ “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมรอคโค” บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้ และทะเลสาบสวยงาม นำท่านเดินเล่นภายในเมืองและเก็บภาพบรรายากาศอันสวยงามอีกแห่งของโมรอคโค ถ่ายรูปกับอนุสรณ์สิงห์โตหิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนสิงห์โตตัว สุดท้ายที่ถูกล่าจนหมดไปจากเทือกเขาแห่งนี้  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง มิเดลท์ (Midelt)

กลางวัน  

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga) เมืองในทะเลทรายซาฮาร่า (ระยะทาง 268 กม)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) ผ่านเมือง เออราชิดิยา (Errachidia)  เมืองที่มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งมีระยะทางห่างจากพรมแดนระหว่างโมรอคโค และ แอลจีเรีย เพียง 25 กิโลเมตร  เดินทางสู่เมืองเอร์ฟูด์ (Erfoud) เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางกองคาราวานพ่อค้าที่เดินทางมาจากทางตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอารเบียและซูดานในแอฟริกา 
นำท่าน
พร้อมสัมภาระ(ใบเล็ก) เดินทางโดยรถ 4x4 เข้าสู่ทะลทรายซาฮารา เมอร์ซูก้า (Merzouga) (ระยะทาง54 ก.ม. ใช้เวลา 45 นาทีผ่านภูเขาหิน ที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิล ของหอย และ แมงกะพรุนโบราณ ในอดีตเมื่อประมาณ 350 ล้านปีก่อน  ดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลต่อมาเมื่อแผ่นดินผุดขึ้นมา จึงเกิดซากฟอสซิลขึ้นมากมาย 

ค่ำ 

รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม จากนั้นพักผ่อนนอนดูดาว ตามอัธยาศัย

  พักผ่อนค้างคืนในทะเลทรายซาฮาร่า  เมอร์ชูก้า TOMBOUCTOU HOTEL  

วันที่หก : มอร์ซูก้า - ทินเฮียร์ – ทอดร้ากอร์จ - วอซาเซท

เช้าตรู่

ทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทะเลทรายซาฮาร่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืช เพราะฝนตกน้อยมาก และพื้นที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ หากมีสัตว์และพืชพันธุ์ใดที่สามารถเติบโตในทะเลทรายได้ ก็ต้องปรับตัวกันอย่างมาก เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องหาวิธีในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า  จากสภาพการไร้ฝนและอุณหภูมิที่ร้อนจัดในทะเลทรายมีผลทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเหนือทะเลทราย เกือบเป็นศูนย์ตลอดปี ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนเนินทราย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจ   
ได้เวลานำท่านขี่อูฐกลับสู่โรงแรมที่พัก

เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม-เช็คเอ้าท์นำคณะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 ออกจากทะเลทรายซาฮาร่า มุ่งหน้าสู่เมืองเอร์ฟูด์(Erfoud) เพื่อเปลี่ยนเป็นรถโค้ชเดินทางสู่เมืองทินเฮียร์ แวะชมโอเอซิส Tinerhir ซึ่งเป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้งในเขตทะเลทราย ที่ยังมีความชุ่มชื้น มีตาน้ำ หรือ ลำธารน้ำ ซึ่งใช้ในการปลูก ต้นปาล์ม ต้นอัลมอนด์ โอเอซิสแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท ผ่านหุบเขาเดดส์ (Dades) ซึ่งเป็นแนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆ สวยงาม จากนั้นเดินทางสู่ทอดร้ากอร์จ (TodraGorge) โกรกธารที่มีโขดผาสูง 985 ฟุต หรือ 300 เมตร ทั้งสองด้านที่เกือบตั้งทำมุมสามเหลี่ยมกับแม่น้ำโทดร้า ถือว่าเป็นโกรกธารและหุบเขาที่สวยที่สุดทางใต้ของโมรอคโค ชมความงดงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส โดยมี ลำน้ำใส ๆ ที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาสูงชันแปลกตา สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งปีนหน้าผาสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการเสี่ยงภัย

กลางวัน  

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางสู่เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองที่ถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย (สำหรับในฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.– เม.ย.)) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขา  แอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว  วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน ก่อนถึงเมืองซอซาเซท แวะชมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกุหลาบที่เมือง มากูน่า (M’Gouna) (เทศกาลกุหลาบจะจัดขึ้นประมาณเดือนพฤษภาคม)

ค่ำ

 รับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรม

 พักค้างคืนในวอซาเซทโรงแรม Karam Palace ระดับ 4 ดาว

วันที่เจ็ด : วอซาเซท – มาราเกช 

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม-เช็คเอ้าท์

นำชมป้อมทาอูเริท (Kasbah Taourirt) พระราชวังของผู้ปกครองมาราเกซ ตระกูล กลาวี (Glaoui Palace) เป็นป้อม ดิน หรือ วังที่สร้างจากดิน ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องหับต่างๆจำนวนมากรวมถึงฮาเร็ม และที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยทางเล็กๆอยู่ภายใน ในห้องต่าง ๆ ยังมีลวดลายผนังอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของการสร้างอาคารของชาวเบอร์เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในป้อมทาอูเริทนี้ในอดีตมีคนงานและคนรับใช้จำนวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจำนวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมด  จากนั้นเดินทางสู่เมืองไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่อาคารต่าง ๆสร้างจากดิน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมรอคโค คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (Kasbash of Ait Ben Hadou) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia , Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้ 

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

บ่าย

เดินทางสู่เมืองมาราเกช (Marakesh) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆที่นำสินค้าจากทางตอนใต้ ไปขายยังยุโรป และ นำสินค้าจากทางเหนือ ผ่านเทือกเขา ไฮแลตลาส ไปยังทะเลทราย ซาฮาร่า ไปยังตอนใต้ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงหลายราชวงส์ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศ.ต.ที่ 11  ราชวงศ์อัลโมฮัด และ ราชวงศ์ซาเตียน  ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ นำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวา ที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ที่ Fantasia ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาวโมรอคกันเบอร์เบอร์ที่ต้อนรับท่านด้วยอาหารและพร้อมชมการแสดงพื้นเมือง

 พักค้างคืนในมาราเกชโรงแรม Les Jardins de l'Agdal Hotel  ระดับ ดาว

วันที่แปด : สวนจาร์ดีน มาจอแรล-มัสยิด คูตูเบีย-พระราชวังบาเฮีย-คาซาบลังก้า

เช้า

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม-เช็คเอ้าท์ 

นำท่านไปชมสวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (Yves Saint Laurent Gardens) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกช หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกช ก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นที่พักผ่อน  ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้ที่สดใส ฉูดฉาด เช่นสีน้ำเงิน และสีส้ม เป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมการจัดวางพรรณไม้อันหลากหลาย แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงามและลงตัว นำท่านชมมัสยิด คูตูเบีย (Koutoubia Mosque)  ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอคอยที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร) จากนั้นเดินทางไปชมสวนเมนารา (Menara Garden)  ซึ่งแต่เดิมสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำจากเทือกเขาแอตลาส  ใช้เป็นที่ฝึกกองกำลังทหารในการสู้รบทางน้ำ และใช้เป็นที่ส่งน้ำไปสู่สวนต่างๆ ในสวนเมนารา แห่งนี้รายล้อมด้วยต้นมะกอกและต้นสน มีตัวอาคารที่งดงามโดยมีเทือกเขาแอตลาสเป็นฉากหลัง สวนแห่งนี้เป็นสวนต้นแบบที่ราชวงศ์โมรอคโคนิยมกันในเวลาต่อมา

นำท่านชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต  สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น สร้างขึ้นและตั้งชื่อวังตามชื่อของภรรยาคือ นางบาเฮีย ซี่งมีรูปโฉมที่งดงาม เป็นที่รักใคร่ยิ่งของท่านมหาอำมาตย์ พระราชวังแห่งนี้มีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) บนเพดานและบานประตูมีการวาดลายโดยใช้สีธรรมชาติบนไม้สนซีดาร์ และผนังประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก ชมสวนในบ้านซึ่งเป็นสไตล์ริยาด (Riad) ประกอบไปด้วยลานกลางบ้าน ซึ่งประดับด้วยน้ำพุ และสวนไม้ดอก ไม้ประดับ ตามสไตล์การแต่งบ้านแบบโมรอคโค

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

บ่าย 

    เดินทางสู่ 'คาซาบลังก้า'  (ระยะทาง 237 กมใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.)

ถึงคาซาบลังก้า นำท่านนั่งรถชมบรรยากาศ ริมมหาสมุทรแอตแลนติคยามค่ำคืน ต่อด้วยการช้อปปิ้งที่ห้าง Morocco Mall เป็นห้างที่บรรดาไฮโซ และเศรษฐี ในคาซาบลังก้า  นิยมมาจับจ่าย ซื้อสินค้าแบรนด์ดัง

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ที่ภัตตาคาร 

พักค้างคืนในคาซาบลังก้าโรงแรม Kenzi  Tower   5*

วันที่เก้า : คาซาบลังก้า  – อาบูดาบี   –  กรุงเทพฯ

เช้า

 รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม ฯ 

06.45น.

เดินทางสู่สนามบินเมืองคาซาบลังก้า

10.35น.

บินสู่อาบูดาบี (Abu Dhabi)  โดยเที่ยวบินที่ EY 612 CMN AUH 1035-2210 (7.35 ชม.)  

23.50 น.

เปลี่ยนเครื่องสู่เมืองไทยEY 406   AUH BKK 2350 – 0905  (6.15 ชม.)

วันที่สิบ : กรุงเทพฯ 

09.05 น.

คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ

  อัตราค่าบริการ และเที่ยวบินการเดินทาง

ราคาต่อท่านสำหรับเดินทางวันที่ : 28 เมษายน - 7 พฤษภาคม 59, 20 - 29 ตุลาคม 59, 17 - 26 พฤศจิกายน 59, 1 - 10 ธันวาคม 59

  ราะเอียดสายการบิน    จาก ~ ถึง                                            
                            
                               
                                

 

อัตราค่าบริการทัวร์ ราคาต่อท่าน
ผู้ใหญ่ 2 ท่านพัก 1 ห้อง
ผู้ใหญ่ 3 ท่านพัก  1 ห้อง
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่ 1 ท่าน (Single room)
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง)
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี + ผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง)
พักเดี่ยว ท่านละ  
ทารก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน  
ทารก 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน   

 

อัตราค่าบริการรวม 1.ค่าตั๋วเครืองบินไปกลับ กรุงเทพ - อาบูดาบี -กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน เอมิเรตส์ 

2.ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน )

3.ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดืม 

4.ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยว

5.คาประกันอุบัติเหตุ วงเงิน 1,000,000 บาท 

6.ค่าภาษีสนามบินไทย + ค่าภาษีสนามบินอาบูดาบี

7.ค่าวีซ่าและค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ 
  8.ค่ามัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง

9.ค่าทิปบริการยกกระเป๋าของทุกโรงแรม
 ประกันภัย  วงเงิน 1,000,000 บาท  รักษาพยาบาล 500,000 บาท 
ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะอุบัติเหตุจากการเดินทางไม่รวมเจ็บไข้  ป่วย ไข้ชัก หรือท้องเสีย อาหารเป็นพิษ
ค่าบริการไม่่รวม 1.ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามที่สายการบินกำหนด 20กิโลกัรม
  -ค่าทิป 2.ค่าทิปไกด์และคนขับโมร็อคโค ( ประมาณ วันละ 200  บาท ต่อท่าน ) 
 - ค่ายกกระเป๋า 3.ค่ายกกระเป๋าที่โรงแรม  ครั้งละ ____ เดียร์แฮม โมรอคคัล 

4.ค่าทิปหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย (วันละ 50 บาท 4 วัน รวม 200 บาท )
  5.ค่าทำหนังสือเดินทาง

6.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ เช่นค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์ ค่าซักรีด เป็นต้น

7.ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุในรายการ

8..ค่าใบอนุญาตให้กลับเข้าประเทศไทยในกรณีคนต่างด้าว

9.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม   7% ในกรณีต้องการใบกำกับภาษีและค่าบริการหักณที่จ่าย  3%
การจองและชำระเงิน กรุณาจองล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน 
1.  ค่ามัดจำทัวร์  ชำระทันทีที่จองทัวร์ ท่านละ 10,000 บาท 
2.   ชำระค่าทัวร์ที่เหลือ   จำนวน                                 บาท   ภายในวันที่                
   จำนวน                                 บาท   ภายในวันที่
 คลิกจองทัวร์   
หมายเหตุ ค่าบริการทีเหลือทางบริษัท ฯ เรียกเก็บก่อนการเดินทาง 20 วัน 
ทั้งนี้บริษัทสำรองจ่ายค่าที่พักและตั่วเครื่องบิน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกโดยอัตโนมัติ
เงื่อนไขการบริการ  
1.จองทัวร์และชำระเงินตามเงื่อนไข 
  แจ้งยกเลิกไม่น้อยกว่า 30 วัน  คืนเงินค่าทัวร์โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  แจ้งยกเลิกทัวร์ไม่น้อยกว่า 15 วัน หักค่าทัวร์ 50 %
  แจ้งยกเลิกทัวร์น้อยกว่า 15 วัน เก็บค่าทัวร์เต็มทุกกรณี 
2.บริษัทขอขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางล่วงหน้า 14 วัน  กรณีไม่สามารถจัดกรู๊ปได้ 15 ท่านหรือจัดกรุ๊ปไม่มีหัวหน้าทัวร์
3.กรณีกรุ๊ปยกเลิก บ.ยินดีคืนค่าทัวร์ให้ทังหมดยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ได้ชำระทางสถานทูตแล้ว 
4.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสีย หรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และอุบัติเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน, ภัยธรรมชาติ, การจลาจลต่างๆ เป็นต้น
5.บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (15ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
6.กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯ จะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
7.กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานฑูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า,ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอก เช่น โรงแรม ตั๋วรถไฟ ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
8.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
9.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
10.กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
11.ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษเช่น Extra Flight และ Charter Flight จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากค่าตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ
12.สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการ
ยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
13.เมื่อออกเดินทางพร้อมคณะแล้ว ท่านงดใช้บริการใดบริการหนึ่ง ไม่ทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวตามรายการ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่สามารถเรียนร้องส่วนลดค่าบริการและเงินมัดจำคืนไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น
14.เมือท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ถือว่าท่านได้เงื่อนไขข้อตกลงตามที่ได้ระบุไว้ดีแล้ว 



ทัวร์โมรอคโค

็MC04 ทัวร์โมร็อคโค 11 วัน
MOC03 ทัวร์โมร็อคโค สเปน 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์
MOC02 ทัวร์โมร็อคโค 7 คืน 10 วัน โดยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์



Top Asia Holidays, เดินทางอย่างมีระดับ ท็อปเอเซียฮอลิเดย์

บริษัท ท็อป เอเชีย ฮอลิเดย์ .
ที่อยู่ :  36 กาญจนาภิเษก      รหัสไปรษณีย์ : 10150
เบอร์โทร :  02 416 4988      มือถือ :0830862117  
อีเมล : info@topasiaholidays.com
เว็บไซต์ :www.TopAsiaholidays.com

LINE : topasiaholidays